ประเทศไทยเป็นหนึ่งในจุดหมายของนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลก ทั้งผู้คนที่เป็นกันเอง วัฒนธรรมที่สวยงาม อาหารรสชาติดี และแหล่งท่องเที่ยวที่มีทุกสไตล์ ทำให้ธุรกิจนำเที่ยวก็เฟื่องฟูตามไปด้วย แต่เพื่อความปลอดภัยของทั้งนักท่องเที่ยวและมัคคุเทศก์ ทำให้หน่วยงานภาครัฐได้กำหนดให้ธุรกิจนำเที่ยว ต้องมี "ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว" เพื่อบ่งบอกถึงความน่าเชื่อถือและสร้างความเชื่อมั่นในการใช้บริการให้กับนักเดินทางทุกคน
แล้วก่อนยื่นขอหรือยื่นต่อใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว ผู้ประกอบการหรือธุรกิจนำเที่ยวจะต้องเตรียมตัวอย่างไร ? วันนี้ทาง PTN Insurance Broker มีคำตอบมาให้!
ชวนรู้จัก ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว คืออะไร ?
ใบอนุญาตธุรกิจนำเที่ยวเป็นเอกสารที่อนุญาตให้บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล สามารถดำเนินการธุรกิจนำเที่ยวได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งผู้ประกอบการจะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขหรือกฎระเบียบที่กำหนด เพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวและผู้นำเที่ยว ซึ่งเอกสารนี้ออกโดยกรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว สำคัญอย่างไรต่อธุรกิจนำเที่ยว ?
- การมีใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว ไม่เพียงช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้กับแบรนด์ธุรกิจ แต่ยังสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้า เพราะเป็นหลักฐานว่าธุรกิจนำเที่ยวนี้ได้รับการรับรองอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
- ไม่ต้องกังวลเรื่องโทษปรับหรือโทษทางอาญา เพราะมีเอกสารยืนยันมาตรฐานการให้บริการ แต่หากธุรกิจไม่มีเอกสารดังกล่าว อาจมีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 5 แสนบาท! ทำไว้ คุ้มกว่าแน่นอน
- ธุรกิจสามารถเข้าถึงสิทธิประโยชน์ต่างๆ ของภาครัฐได้ง่ายขึ้น เช่น การเข้าร่วมโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดยาว
ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวมีประเภทไหนบ้าง ?
ก่อนที่จะไปเตรียมเอกสาร ผู้ประกอบการต้องรู้ก่อนว่า รูปแบบธุรกิจของตนเองเหมาะกับใบอนุญาตประเภทใด ซึ่งปัจจุบันกรมการท่องเที่ยวแบ่งออกเป็น 4 ประเภทหลัก ดังนี้
1. ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว “เฉพาะพื้นที่” (Local Tour License)
เป็นใบอนุญาตสำหรับผู้ที่ต้องการพานักท่องเที่ยวเที่ยวเฉพาะในจังหวัดที่ตั้งสำนักงานของตนเอง และจังหวัดที่มีเขตติดต่อกันเท่านั้น เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ประกอบการรายย่อย ธุรกิจโฮมสเตย์ หรือวิสาหกิจชุมชน
- ข้อดี: ใช้เงินค้ำประกันน้อย และขั้นตอนการขอไม่ซับซ้อน
- ข้อจำกัด: ไม่สามารถจัดทัวร์ข้ามไปจังหวัดที่อยู่ไกล ๆ หรือพาออกต่างประเทศได้
2. ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว “ภายในประเทศ” (Domestic Tour License)
นี่คือประเภทที่ได้รับความนิยมสูงสุด เหมาะสำหรับบริษัททัวร์ที่ต้องการพานักท่องเที่ยวเดินทางไปได้ทุกจังหวัดทั่วประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นทัวร์ทั่วไป งานอีเวนต์ หรือแพ็กเกจดูงาน (Team Building)
- ข้อดี: ครอบคลุมพื้นที่กว้างขวาง สามารถจัดทริปได้ทั่วไทย
- ข้อจำกัด: ไม่สามารถจัดทัวร์ออกนอกประเทศได้ และจำเป็นต้องมีผู้จัดการธุรกิจที่มีคุณสมบัติผ่านการอบรมตามเกณฑ์
3. ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว “ระหว่างประเทศ” (Outbound Tour License)
สำหรับบริษัททัวร์ที่ต้องการนำคนไทยเดินทางไปท่องเที่ยวยังต่างประเทศทั่วโลก เช่น ทัวร์เอเชีย ทัวร์ยุโรป หรือทริปเฉพาะกิจอย่างการไปดูบอลหรือเล่นสกี
- ข้อดี: ขยายฐานลูกค้ากลุ่มคนไทยที่ชอบเดินทางต่างประเทศได้ทั่วโลก
- ข้อจำกัด: ใช้เงินค้ำประกันและทุนจดทะเบียนสูงกว่าประเภทอื่น ต้องมีระบบดูแลลูกค้าที่รัดกุม และต้องมีผู้จัดการที่มีประสบการณ์ด้านทัวร์ต่างประเทศโดยเฉพาะ
4. ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว “ต่างประเทศเข้ามาไทย” (Inbound Tour License)
ใบอนุญาตประเภทนี้ออกให้เพื่อรองรับการรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยโดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นการหาลูกค้าเอง หรือรับช่วงต่อจากเอเจนซี่ต่างประเทศ
- ข้อดี: เป็นการสร้างรายได้เข้าประเทศ สามารถร่วมมือกับพาร์ตเนอร์ต่างชาติได้
- ข้อจำกัด: ทีมงานควรมีทักษะด้านภาษาต่างประเทศ และต้องมีความเชี่ยวชาญเรื่องเอกสารวีซ่าและการทำประกันภัยให้นักท่องเที่ยว
คุณสมบัติสำคัญของธุรกิจนำเที่ยว ก่อนยื่นขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว
ธุรกิจนำเที่ยวแบบบุคคลธรรมดา เช่น
- สัญชาติไทยและต้องมีภูมิลำเนาอยู่ในประเทศไทย
- อายุมากกว่า 20 ปีขึ้นไป
- ไม่เป็นบุคคลล้มละลายหรืออยู่ระหว่างถูกพิทักษ์ทรัพย์
- มีสติครบถ้วนสมบูรณ์
- ไม่อยู่ระหว่างถูกสั่งพักใบอนุญาตมัคคุเทศก์ หรือหากเคยถูกเพิกถอนใบอนุญาต ต้องถูกเพิกถอนมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี นับถึงวันที่ยื่นคำขอออกใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว
ธุรกิจนำเที่ยวแบบบริษัทหรือนิติบุคคล เช่น
- เป็นนิติบุคคลที่ทำธุรกิจท่องเที่ยวอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
- ห้างหุ้นส่วนประเภทไม่จำกัดความรับผิด ต้องมีสัญชาติไทย
- บริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชน ทุนของบริษัท ไม่น้อยกว่าร้อยละ 51 ต้องเป็นของผู้ที่มีสัญชาติไทย และกรรมการบริษัทกึ่งหนึ่งต้องมีสัญชาติไทย
- มีสติครบถ้วนสมบูรณ์
- กรรมการบริษัทหรือผู้มีอำนาจ ต้องไม่เคยโดนพักหรือเพิกถอนใบอนุญาตมาก่อน
เอกสารที่ต้องใช้ประกอบการยื่นขอหรือต่อใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว
- แบบคำขอ : กรอกแบบคำขอ สธก 1 (สำหรับบุคคลธรรมดา) หรือ สธก 2 (สำหรับนิติบุคคล) พร้อมเอกสารประกอบอื่นๆ ตามที่กำหนด
- เอกสารยืนยันตัวตน : บุคคลธรรมดา: สำเนาบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน , นิติบุคคล: หนังสือรับรองนิติบุคคล (ออกไม่เกิน 6 เดือน)
- รูปถ่าย : รูปถ่ายหน้าตรง ขนาด 2 นิ้ว จำนวน 2 รูป
- แผนที่ตั้งสำนักงาน : แผนที่แสดงที่ตั้งสำนักงานหลักและสาขา (ถ้ามี)
- เอกสารแสดงกรรมสิทธิ์ที่ดิน : สำเนาโฉนดที่ดิน หรือหนังสือสัญญาเช่าที่ตั้งสำนักงาน
- ใบนำส่งหลักประกัน : หลักประกันตามที่กฎหมายกำหนด โดยต้องมีลายเซ็นของผู้ขอรับใบอนุญาตฯ
- ที่สำคัญคือ "ประกันภัยอุบัติเหตุการเดินทางสําหรับธุรกิจนําเที่ยวและมัคคุเทศก์" เพราะกฎหมายกำหนดให้ธุรกิจนำเที่ยวต้องทำ เพื่อใช้ประกอบยื่นขอใบอนุญาตฯ และเพื่อมอบความคุ้มครองให้กับนักท่องเที่ยวและไกด์ ผู้ประกอบการที่อยากยื่นขอใบอนุญาตฯ ต้องอย่าลืมข้อนี้นะ!
ขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวได้ที่ไหน หรือช่องทางไหนบ้าง ?
ธุรกิจนำเที่ยวสามารถยื่นขอใบอนุญาตขายทัวร์ หรือใบขออนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวได้ 2 ช่องทางหลัก
- ติดต่อด้วยตนเอง ที่สำนักงานทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ สาขากรุงเทพฯ และสาขาประจำภาคอื่นๆ ทั่วประเทศ
- ติดต่อผ่านเว็บไซต์ กรมการท่องเที่ยว LINK
ขั้นตอนการขอใบอนุญาตและจดทะเบียนธุรกิจนำเที่ยว
- เช็กคุณสมบัติและเตรียมสถานที่ตั้งสำนักงานให้ชัดเจน
- รวบรวมเอกสารส่วนตัว/นิติบุคคล และเตรียมเงินค้ำประกันตามประเภทใบอนุญาตที่ต้องการ
- นำเอกสารไปยื่นที่สำนักงานทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ หรือยื่นผ่านระบบออนไลน์
- เจ้าหน้าที่จะทำการตรวจสอบเอกสาร
- เมื่อผ่านการอนุมัติ สามารถรับใบอนุญาตและเปิดดำเนินธุรกิจได้ทันที
ธุรกิจนำเที่ยวที่กำลังมองหาประกันอุบัติเหตุเดินทาง สำหรับใช้ยื่นจดทะเบียนธุรกิจนำเที่ยว หรือต่อใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว PTN Insurance Broker พร้อมให้บริการ! ด้วยผลิตภัณฑ์กรมธรรม์ที่ครอบคลุมทุกกิจกรรมเสี่ยง คุ้มค่าทุกแผน แถมเริ่มต้นเพียง 15 บาท/ท่านเท่านั้น จัดทริปท่องเที่ยวที่ไหน ก็อุ่นใจได้ทุกการเดินทาง!!
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
จำนวนเงินหลักประกันจะขึ้นอยู่กับประเภทของใบอนุญาต โดยกฎหมายกระทรวงกำหนดจำนวนเงินหลักประกันการประกอบธุรกิจนำเที่ยว พ.ศ.2563 แบ่งเป็น 4 ระดับ ได้แก่
- เฉพาะพื้นที่: 3,000 บาท
- ภายในประเทศ: 15,000 บาท
- ต่างประเทศเข้ามาไทย (Inbound): 30,000 บาท
- ระหว่างประเทศ (Outbound): 60,000 บาท
นักท่องเที่ยวหรือผู้ประกอบการสามารถเข้าไปตรวจสอบสถานะความถูกต้องได้ง่าย ๆ ผ่านเว็บไซต์ของกรมการท่องเที่ยว เลือกแถบสีน้ำเงินหัวข้อ 'License Check' ตรวจสอบใบอนุญาตก่อนเลือกซื้อทัวร์’ ทางขวามือ กรอกข้อมูลชื่อบริษัท หรือเลขที่ใบอนุญาต แล้วกดค้นหา หากมีข้อมูลปรากฏ และสถานะขึ้นว่า "ปกติ" ถือว่าบริษัทนำเที่ยวนั้นจดทะเบียนถูกต้อง
ใบอนุญาตนำเที่ยว มีอายุการใช้งาน 2 ปี นับตั้งแต่วันที่ออกใบอนุญาต โดยผู้ประกอบการจะต้องดำเนินการยื่นเรื่องขอต่ออายุใบอนุญาตภายใน 120 วัน ก่อนที่ใบอนุญาตเดิมจะหมดอายุ เพื่อให้ธุรกิจสามารถดำเนินการได้อย่างต่อเนื่องไม่สะดุด
แหล่งที่มาข้อมูล
https://portal.info.go.th/starting-a-tourism-business-with-bizportal/
https://th.unionspace.co.th/business-licenses/tat-tourism-license-thailand.php/
https://info.go.th/procedure/94e56d15-2325-4226-b7a6-316aaa0ad8f1/view?lat=13.7588311&lng=100.5405449
https://info.go.th/procedure/94e56d15-35ba-42f7-8651-189645af402c/view?lat=13.7588311&lng=100.5405449
https://www.dot.go.th/storage/Guide/thailand%20investment%20handbook/13.pdf
- สาระน่ารู้และบทความอื่นๆ ดูเพิ่มเติม
