"เที่ยวบินดีเลย์" หรือ "ยกเลิกเที่ยวบิน" คงเป็นฝันร้ายของใครหลายคน ไม่ว่าจะเดินทางไปจังหวัดไหน ไปประเทศไหน หรือไปทำธุระอะไรก็ตาม เพราะถ้าเที่ยวบินล่าช้ากว่ากำหนด ก็อาจทำให้เสียทั้งเงิน ทั้งเวลา และอาจกระทบต่อแผนการเดินทางทั้งหมดของเรา
แต่รู้ไหมว่า! ตอนนี้ ประเทศไทยมีกฎหมายใหม่ที่ออกมาเพื่อคุ้มครองสิทธิของผู้โดยสาร โดยได้เพิ่มความคุ้มครองสิทธิของผู้โดยสารกรณีเที่ยวบินระหว่างประเทศล่าช้าหรือยกเลิก โดยไม่ได้แจ้งผู้โดยสารล่วงหน้าและผู้โดยสารเดินทางถึงสนามบินแล้ว (มีผลบังคับใช้เมื่อ 20 พฤษภาคม 2568) บทความนี้ PTN Insurance Broker สรุปมาให้ครบ เพื่อให้ทุกการเดินทางอุ่นใจและไม่เสียเปรียบ
เครื่องบินดีเลย์

เครื่องดีเลย์ คืออะไร ?

"เครื่องดีเลย์" (Flight Delay) หมายถึง สถานการณ์ที่เที่ยวบินนั้น ๆ ไม่สามารถนำเครื่องขึ้นบินเพื่อออกเดินทางได้ตามตารางเวลาที่กำหนดไว้ในบัตรโดยสาร ซึ่งมักเกิดจากเหตุสุดวิสัยที่อยู่เหนือการควบคุม แม้ผู้โดยสารจะรู้สึกหงุดหงิดที่ต้องรอนาน แต่การที่สายการบินตัดสินใจชะลอการบินออกไป ก็เพื่อ "ความปลอดภัยสูงสุด" ของตัวผู้โดยสารและลูกเรือทุกคนเป็นสำคัญนั่นเอง

เครื่องบินดีเลย์ เกิดจากปัจจัยไหนได้บ้าง ?

ก่อนจะไปดูเรื่องสิทธิ ลองมาทำความเข้าใจกันก่อนว่า เที่ยวบินดีเลย์เกิดจากอะไรได้บ้าง?

สภาพอากาศไม่อำนวย

ถือเป็นสาเหตุอันดับต้น ๆ ที่พบได้บ่อยที่สุด เช่น พายุเข้า ฝนตกหนัก หมอกลงจัดจนทัศนวิสัยย่ำแย่ หรือมีพายุหิมะตกหนัก ซึ่งเป็นปัจจัยทางธรรมชาติที่ไม่อาจควบคุมได้ เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของผู้โดยสาร สายการบินจึงจำเป็นต้องเลื่อนเวลาออกไปจนกว่าสภาพอากาศจะกลับมาอยู่ในเกณฑ์ที่ปลอดภัยต่อการบิน

ปัญหาทางเทคนิคและเครื่องยนต์

ความปลอดภัยของตัวเครื่องบินคือสิ่งสำคัญที่สุด หากมีการตรวจพบระบบไฟฟ้าขัดข้อง เครื่องยนต์มีปัญหา หรือส่วนประกอบต่างๆ ทำงานผิดปกติ สายการบินจำเป็นต้องระงับการบินทันทีเพื่อทำการตรวจสอบ ซ่อมบำรุง หรือเปลี่ยนอะไหล่ให้สมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์ก่อนออกเดินทาง

การจัดการเที่ยวบินขัดข้องและไฟลต์ขาเข้าล่าช้า

โดยปกติเครื่องบินหนึ่งลำจะต้องบินวนรับส่งผู้โดยสารหลายรอบในแต่ละวัน หากเที่ยวบินก่อนหน้าเกิดเหตุดีเลย์ ก็จะส่งผลกระทบเป็นโดมิโนมาถึงเที่ยวบินของเราที่รออยู่ด้วย นอกจากนี้ยังรวมไปถึงปัญหาการบริหารจัดการ เช่น พนักงานภาคพื้นดินไม่เพียงพอ หรือการโหลดสัมภาระที่ล่าช้ากว่ากำหนด

เหตุผลด้านความปลอดภัยและความมั่นคง

ในบางครั้งอาจเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด เช่น การตรวจพบวัตถุต้องสงสัย รันเวย์มีปัญหาชำรุด มีผู้โดยสารก่อความวุ่นวาย หรือเกิดสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ปลายทาง สายการบินจะต้องประเมินสถานการณ์อย่างรัดกุมและอาจต้องระงับเที่ยวบินชั่วคราวเพื่อรักษาสวัสดิภาพและความปลอดภัยสูงสุดให้แก่ผู้โดยสารทุกคน
ไม่ว่าเที่ยวบินของเราจะดีเลย์ด้วยเหตุผลใดก็ตาม ผู้โดยสารอย่างเราก็ควรรู้สิทธิขั้นพื้นฐานที่จะได้รับ เช่น เงินชดเชย อาหาร การดูแล และหากเรามีประกันเดินทางต่างประเทศ ที่ครอบคลุมเหตุการณ์เที่ยวบินล่าช้า เราก็จะได้รับเงินชดเชยเพิ่มเติมจากบริษัทประกันอีกด้วยนั่นเอง ทำให้อุ่นใจเพิ่มขึ้น!

เครื่องดีเลย์ต้องทำอย่างไร ?

  • ติดต่อเคาน์เตอร์สายการบินทันที : สอบถามเจ้าหน้าที่เพื่ออัปเดตสถานการณ์ว่าเครื่องดีเลย์จากสาเหตุอะไร คาดว่าจะล่าช้าไปอีกนานแค่ไหน และสอบถามสิทธิเบื้องต้นที่จะได้รับ เช่น อาหาร หรือที่พัก
  • ขอเอกสารรับรองการดีเลย์ : ข้อนี้สำคัญมาก! ให้ขอเอกสารที่ระบุสาเหตุและระยะเวลาที่ล่าช้าอย่างเป็นทางการจากสายการบิน เพื่อนำไปใช้เป็นหลักฐานในการเคลมชดเชย
  • เก็บหลักฐานการเดินทางและการใช้จ่ายให้ครบ: ห้ามทิ้ง Boarding Pass หรือใบเสร็จเด็ดขาด ไม่ว่าจะเป็นใบเสร็จค่าอาหาร ค่าโรงแรมที่ต้องจ่ายเพิ่ม หรือค่าตั๋วรถไฟที่จองไว้แล้วไปไม่ทัน ให้ถ่ายรูปเก็บไว้ทั้งหมด
  • ทำเรื่องขอเคลมชดเชยค่าเสียหาย : ดำเนินการยื่นเรื่องขอรับเงินชดเชยจากสายการบิน (หากเข้าเงื่อนไข) และอย่าลืมยื่นเคลมกับ "บริษัทประกันภัยการเดินทาง" ที่คุณซื้อไว้ เพื่อรับเงินชดเชยเพิ่มเติมตามความคุ้มครอง

เครื่องดีเลย์ ผู้โดยสารมีสิทธิได้รับการชดเชยอะไรบ้าง ?

สิทธิในการดูแลและชดเชยจะถูกแบ่งออกตามประเภทของเที่ยวบิน ดังนี้

สิทธิกรณี “บินภายในประเทศ” แล้วเจอเที่ยวบินล่าช้า

เมื่อเดินทางภายในประเทศ จะไปจังหวัดไหนก็ตาม หากล่าช้า 2 ชั่วโมง ทางสายการบินจะต้องจัดอาหาร + เครื่องดื่ม และต้องอำนวยความสะดวกด้านการสื่อสารด้วย แต่ถ้าล่าช้ามากกว่า 5 ชั่วโมง สายการบินจะต้องชดเชยเป็นเงินหรือทางเลือกอื่นที่มีมูลค่าเทียบเท่า ดังนี้
  • ค่าชดเชยกรณีล่าช้า 1,200 บาท (จากเดิม 600 บาท)
  • กรณียกเลิกเที่ยวบิน ค่าชดเชย 1,500 บาท (จากเดิม 1,200 บาท)
  • สายการบินอาจเสนอทางเลือกอื่นแทนเงินสดได้ เช่น วงเงินการเดินทางครั้งต่อไป (Credit Shell) บัตรกำนัลการเดินทาง (Travel Vouchers) หรือไมล์สะสม
อย่างไรก็ตาม หากเหตุเที่ยวบินล่าช้าจากปัจจัยภายนอกที่ไม่สามารถคาดเดาและหลีกเลี่ยงได้ สายการบินก็จะได้รับการยกเว้นไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยด้วยนั่นเอง
เครื่องบินดีเลย์ รอที่สนามบิน

สิทธิกรณี “บินระหว่างประเทศ” แล้วเจอเที่ยวบินล่าช้า

เมื่อมีบินไปต่างประเทศ แต่ต้องเจอเที่ยวบินล่าช้าจากสาเหตุต่างๆ ผู้โดยสารอย่างเรา ก็จะมีสิทธิประโยชน์มากมายเลยนะ ซึ่งสายการบินจะต้อง
ล่าช้าเกิน 2 ชั่วโมง
  • เตรียมอาหาร เครื่องดื่ม ให้แก่ผู้โดยสารตามความเหมาะสมกับมื้ออาหารและระยะเวลาที่รอขึ้นอากาศยาน โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย
  • เตรียมอุปกรณ์ติดต่อสื่อสาร โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย
ล่าช้าเกิน 5 ชั่วโมง
  • เตรียมอาหาร เครื่องดื่ม และอุปกรณ์สื่อสารเช่นเดียวกับกรณีล่าช้าเกิน 2 ชั่วโมง
  • ชดเชยเงินสด 1,500 บาท หรือเป็นวงเงินเพื่อใช้ในการเดินทางครั้งต่อไป หรือสิ่งอื่นแทนค่าชดเชยดังกล่าวที่มีมูลค่าเทียบเท่า ภายในระยะเวลาไม่เกิน 14 วัน ตั้งแต่วันที่เกิดเหตุเที่ยวบินล่าช้า
  • ที่พักและรถรับส่ง หากต้องมีการพักค้างคืน
  • หากผู้โดยสารไม่ต้องการเดินทางต่อแล้ว สายการบินจะต้องเสนอให้ทางเลือกแก่ผู้โดยสารทันทีระหว่างคืนค่าโดยสาร หรือเป็นวงเงินเพื่อใช้ในการเดินทางครั้งต่อไป หรือทางเลือกอื่นที่เหมาะสมเพิ่มเติม
ล่าช้าเกิน 10 ชั่วโมง
  • เตรียมอาหาร เครื่องดื่ม และอุปกรณ์สื่อสารเช่นเดียวกับกรณีล่าช้าเกิน 2 และ 5 ชั่วโมง
  • ชดเชยเงินสดตามระยะทาง หรือวงเงินเพื่อใช้ในการเดินทางครั้งต่อไป หรือสิ่งอื่นแทiนค่าชดเชยดังกล่าวที่มีมูลค่าเทียบเท่า ภายในระยะเวลาไม่เกิน 14 วัน ตั้งแต่วันที่เกิดเหตุเที่ยวบินล่าช้า
  • 2,000 บาท / ไม่เกิน 1,500 กม.
  • 3,500 บาท / 1,500 - 3,500 กม.
  • 4,500 บาท / เกิน 3,500 ก.ม.
  • ที่พักและรถรับส่ง หากต้องมีการพักค้างคืน
  • เสนอทางเลือกเปลี่ยนเที่ยวบิน คืนเงินเต็มจำนวน หรือขนส่งทางเลือกอื่น
หรือถ้า "ยกเลิกเที่ยวบินระหว่างประเทศหรือปฏิเสธการขึ้นเครื่อง" ทางสายการบินก็ต้องเสนอค่าชดเชยเทียบเท่ากรณีล่าช้าเกินกว่า 10 ชั่วโมง แต่จะยกเว้นหากแจ้งล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 7 วัน หรือมีเหตุสุดวิสัยเกิดขึ้น หรือในกรณี ถ้าแจ้งน้อยกว่า 7 วัน สายการบินก็ต้องเตรียมเที่ยวบินอื่นๆ ไปยังปลายทางที่ระบุไว้ในบัตรโดยสารโดยเร็วหรือช้าไม่เกิน 3 ชั่วโมง จากวันและเวลาเดิมด้วยนะ
นอกจากนี้หากคุณมี ประกันเดินทางต่างประเทศ ที่ครอบคลุมกรณีเที่ยวบินดีเลย์ คุณอาจได้รับ ค่าชดเชยเพิ่มเติมจากประกันภัย ตามเงื่อนไขของแต่ละแผน ซึ่งจะช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายได้มากยิ่งขึ้นด้วย
เครื่องบินดีเลย์ รอขึ้นเครื่อง

สรุปแล้ว เครื่องดีเลย์กี่ชั่วโมงถึงได้เงินชดเชย ?

ประเภทเที่ยวบิน รอนานกี่ชั่วโมง ? เงินชดเชยที่จะได้รับ
ภายในประเทศ 5 ชั่วโมงขึ้นไป 1,200 บาท
ยกเลิกเที่ยวบิน (หรือเกิน 6 ชม.) 1,500 บาท
ระหว่างประเทศ 5 ชั่วโมงขึ้นไป 1,500 บาท
ยกเลิกเที่ยวบิน (หรือเกิน 6 ชม.) 2,000 - 4,500 บาท (ขึ้นอยู่กับระยะทาง)

หากนั่งอยู่บนเครื่องบิน แล้วเกิดเที่ยวบินล่าช้า จะได้รับความคุ้มครองหรือไม่ ?

คำตอบคือ ได้รับเหมือนกันนะ! โดยสายการบินก็ต้องจัดให้มีอากาศที่ถ่ายเท มีห้องน้ำ หรือบริการทางการแพทย์ที่รวดเร็วและเหมาะสม หรือถ้าล่าช้าเกิน 3 ชั่วโมง อาจต้องเชิญผู้โดยสารทั้งหมดลงจากเครื่อง
เที่ยวบินดีเลย์ ฟังดูเหมือนไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่ถ้าเกิดขึ้นกับตัวเองจริง ๆ ก็อาจทำให้เสียทั้งเงิน เวลา และความรู้สึกได้ไม่น้อยเลยทีเดียว และสำหรับคนที่ต้องเดินทางไปต่างประเทศ การซื้อประกันเดินทางต่างประเทศไว้ ก็ไม่เพียงช่วยเพิ่มความอุ่นใจ เพราะจะได้รับความคุ้มครองทั้งกรณีเจ็บป่วย อุบัติเหตุ แต่ยังจะได้รับการชดเชยจากเหตุการณ์ไม่คาดคิดอย่าง เที่ยวบินล่าช้า เที่ยวบินยกเลิก ที่อาจเกิดขึ้นได้โดยไม่ได้แพลนไว้ และแค่มีประกันเดินทางต่างประเทศจาก “PTN Insurance Broker” ไม่ว่าจะเดินทางไปประเทศใด เมื่อใด ก็มั่นใจได้ว่าคุณจะได้รับความคุ้มครองครบถ้วน อุ่นใจทุกเส้นทาง!

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)


หากจองตั๋วแบบ Booking เดียวกัน และเป็นการต่อเครื่องภายใต้สายการบินเดียวกันหรือพาร์ทเนอร์ในเครือ เมื่อเกิดเหตุเครื่องดีเลย์จนต่อเครื่องไม่ทัน โดยทั่วไปสายการบินจะช่วยจัดหาเที่ยวบินถัดไปให้ ซึ่งในหลายกรณีอาจมีการ rebook ให้อัตโนมัติ หรือให้ติดต่อเจ้าหน้าที่ที่สนามบินเพื่อดำเนินการต่อ
ในกรณีที่ต้องรอเที่ยวบินใหม่เป็นเวลานานหรือข้ามวัน สายการบินบางแห่งอาจมีการดูแลเพิ่มเติม เช่น อาหาร หรือที่พัก ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสาเหตุของการดีเลย์และนโยบายของแต่ละสายการบิน
แต่หากซื้อตั๋วแยกคนละ Booking แม้จะเป็นเส้นทางเดียวกัน สายการบินอาจจะไม่รับผิดชอบเมื่อพลาดไฟลต์ถัดไป ผู้โดยสารต้องจัดการตั๋วใหม่เอง ดังนั้นการมี “ประกันการเดินทาง” จึงเป็นอีกตัวช่วยที่สำคัญ เพราะช่วยคุ้มครองค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้นจากเหตุไม่คาดฝันได้

กรณีที่ 1: ดีเลย์กะทันหัน (Delay)
หากเป็นการเลื่อนเวลาบินกะทันหัน หรือดีเลย์เพียงไม่กี่ชั่วโมง ควรไปเช็คอินตามเวลาเดิม เพราะระบบเคาน์เตอร์เช็คอินและจุดโหลดสัมภาระมักจะเปิดและปิดตามรอบเวลาของตารางบินเดิม ผู้โดยสารยังต้องทำการเช็คอินให้เสร็จตามเวลาปกติ แล้วค่อยไปนั่งรอขึ้นเครื่องตามเวลาที่เลื่อนออกไป
กรณีที่ 2: แจ้งเปลี่ยนเวลาบินล่วงหน้า (Reschedule)
หากสายการบินมีการส่ง SMS หรืออีเมลมาแจ้งอย่างเป็นทางการล่วงหน้า ว่าขอเปลี่ยนเวลาออกเดินทางเป็นเวลาใหม่ (กรณีนี้มักเรียกว่า Reschedule ไม่ใช่ดีเลย์) เวลาเปิด-ปิดเคาน์เตอร์เช็คอินก็จะ "เลื่อนไปตามเวลาใหม่" ผู้โดยสารสามารถเดินทางมาเช็คอินที่สนามบินตามเวลาไฟลต์ใหม่ที่ได้รับแจ้งได้เลย
คำแนะนำเพิ่มเติม: หากเห็นสถานะไฟลต์ดีเลย์แต่ไม่ได้รับการแจ้งเตือนอย่างเป็นทางการจากสายการบิน แนะนำให้ยึดเวลาเช็คอินเดิมไว้ก่อน หรือโทรสอบถาม Call Center ของสายการบินเพื่อความชัวร์ที่สุด

แหล่งที่มาข้อมูล
ข้อบังคับของคณะกรรมการการบินพลเรือน ฉบับที่ 101 มาตรการคุ้มครองสิทธิของผู้โดยสารในเที่ยวบินแบบประจำภายในประเทศและระหว่างประเทศ มีผลบังคับใช้ ตั้งแต่วันที่ 20 พฤษภาคม 2568